การนำเสนองานวิจัย By admin 17 กรกฎาคม 2009 at 4:39 pm and have No Comments

การนำเสนองานวิจัย

 

การนำเสนองานวิจัยคือการสื่อสารให้ผู้ฟังเข้าใจในสิ่งที่ผู้วิจัยทำ ซึ่งสิ่งที่ต้องการนำเสนอจะต้องโยงให้เห็นแนวคิดหลักของงานวิจัย มีความสำคัญอย่างไร และอะไรที่สนับสนุนแนวคิดนี้ [1] และจะต้องควบคุมสัดส่วนระหว่างเนื้อหาที่สำคัญและเนื้อหาที่ไม่สำคัญ [3] เพื่อที่จะทำให้ผู้ฟังเข้าใจในเวลาที่จำกัด เนื่องจากการนำเสนอส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก่อนที่จะเปิดให้มีการตอบข้อสงสัย

ปัญหาในการนำเสนองานวิจัย

 1. ข้อจำกัดด้านเวลา

2. ตัวหนังสือมากเกินไป Presentation ไม่น่าสนใจ

3. จังหวะการพูดในการนำเสนองานวิจัยเร็วเกินไปช้าเกินไป

4. ข้อมูลไม่เพียงพอ

5. ตอบคำถามไม่เป็น

6. กลัวและตื่นเต้น

 

เทคนิคในการนำเสนองานวิจัย [1, 2]

 

1. ควรทำการซ้อมก่อนที่จะนำเสนองานวิจัยจริง เพื่อหาข้อบกพร่องและควบคุมเวลาที่ใช้ในการนำเสนอ

2. ซ้อมตอบคำถามที่คิดว่าจะมีการถาม

3. ควรที่จะนำเสนอจากความเข้าใน ไม่ควรอ่านจากเอกสาร

4. ควบคุมจังหวะการพูด เน้นเสียงหนักเบา เพื่อไม่ทำให้การนำเสนอน่าเบื่อ

5. ลำดับการนำเสนอเริ่มจาก แนะนำตัว ชื่อเรื่อง หัวข้อทั้งหมดที่จะพูด นำเสนอการทดลองเพื่อสนับสนุนแนวคิดให้น่าเชื่อถือ สรุปผล

6. อย่าปฏิเสธในการตอบคำถาม

7. อย่าถามกลับคำถามของผู้ถาม

8. รักษาเวลา

 

การทำ Presentation

 

โครงสร้างการนำเสนองานวิจัย

จากภาพประกอบ 1 [3]  เริ่มตั้งแต่ 2 หน้าแรก (Title Page ,Outline)  ใช้ในการพูดก่อนที่จะเข้าถึงเนื้อหาหลักว่าผู้วิจัยจะนำเสนออะไร (Background , Arguments) นำเสนอภูมิหลังและความสำคัญของงานวิจัย (Aim and objectives) จุดมุ่งหมายและสิ่งที่ได้จากงานวิจัย (Approach) แนวทางหรือวิธีการในการแก้ปัญหา กระบวนการในการทำวิจัยรวม 2 หน้า (Results) ผลการทดลอง (Conclusions) สรุปผลงานวิจัย (Future work) สิ่งที่งานวิจัยนี้จะทำต่อไป โดยรวมแล้วจำนวนหน้าในการนำเสนออาจปรับแก้ตามความเหมาะสมของเนื้อหางานวิจัย จากภาพประกอบ 1 เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจโครงสร้างในการนำเสนองานวิจัย

 

 pic

ภาพประกอบ 1 โครงสร้างการนำเสนองานวิจัย

 

รายละเอียดการทำ Presentation

การใช้ Presentation ช่วยให้การนำเสนองานวิจัยสามารถสื่อให้ผู้ฟังเข้าใจงานวิจัยได้ง่ายขึ้น หาก Presentation ไม่ดีก็จะส่งผลต่อการนำเสนองานวิจัยในทางลบได้ รายละเอียดการทำ Presentation ได้แก่

1. ควรจัดวางตำแหน่งต่างๆในสไลด์ให้เหมาะสมเพื่อช่วยให้เนื้อหาเข้าใจง่ายขึ้น เช่นตำแหน่งรูปภาพ ตำแหน่งหัวข้อและเนื้อหาต้องเป็นสัดส่วนกัน

2. ขนาดตัวอักษรไม่ควรมีขนาดเท่ากันหมดจะทำให้เนื้อหาไม่น่าสนใจ เช่นขนาดของหัวข้อต้องใหญ่กว่าขนาดของเนื้อหา และขนาดที่เล็กที่สุดในสไลด์ไม่ควรต่ำกว่า 18 Point

3. ใช้ภาษาที่กระชับเนื่องจากเนื้อที่ในสไลด์มีจำกัด

4. การใส่รูปภาพจะช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น

5. ใส่หมายเลขหน้าที่มุมของสไลด์เพื่อใช้ในการอ้างถึงหากมีผู้ต้องการถามคำถามและช่วยให้เข้าถึงหน้าที่ต้องการได้ง่ายขึ้น

6. หากหัวข้อที่นำเสนอมีหลายหน้าควรใส่หมายเลขกำกับที่หัวข้อเพื่อให้ผู้ฟังได้รู้ว่ากำลังนำเสนออะไร เช่น ภูมิหลัง (1)  ภูมิหลัง (2)  เป็นต้น

7. อาจมีการใส่เนื้อหาโดยย่อไว้ที่ (Notes หรือ  manuscript ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ใช้) เพื่อช่วยเตือนความจำไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าจะพูดถึงเรื่องอะไรในสไลด์นั้นๆ

 

โปรแกรมที่ใช้ในการทำ Presentation

 

ปัจจุบันมีโปรแกรมจำนวนมากที่มีความสามารถในการทำ Presentation โดยที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานได้ตามความถนัดและระบบปฏิบัติการที่ใช้ มีทั้งโปรแกรมที่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งาน ซึ่งได้แก่

1. Adobe Acrobat

2. Adobe Persuasion

3. Apple’s Keynote

4. IBM Lotus Symphony

5. Microsoft PowerPoint

6. Mind Map programs

7. OpenOffice.org Impress

8. VCN ExecuVision

 

เอกสารอ้างอิง

 

[1]          “How to present your research well,” How to present your research well. July 7, 2008.  <http://openwetware.org/wiki/How_to_present_your_research_well>  February 12, 2009.

[2]          “Tips on how to successfully present a research paper to an academic audience,” Tips on how to successfully present a research paper to an academic audience.  December 9, 2008.  <http://www.leighthompson.com/tips/present_a_paper.htm>  February 9, 2009.

[3]          M. Berndtsson, J. Hansson, B. Olsson, and B. Lundell, Thesis Projects. London: Springer Science+Business Media, 2008.

Leave a Reply